سورة الحجر

King Fahad Quran Complex - Thai translation

การแปลซูเราะฮ์ สูเราะฮฺ อัล-หิจญ์รฺ เป็น التايلاندية จาก King Fahad Quran Complex - Thai translation

King Fahad Quran Complex - Thai translation

สูเราะฮฺ อัล-หิจญ์รฺ


อะลีฟ ลาม รอ เหล่านี้คือโองการทั้งหลายแห่งคัมภีร์ และเป็นกรุอานอันชัดแจ้ง

บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาหวังกันว่า หากพวกเขาได้เป็นมุสลิม

เจ้าจงปล่อยพวกเขาบริโภคและร่าเริงและความหวังจะทำให้พวกเขาลืม แล้วพวกเขาก็จะรู้

เรามิได้ทำลายเมืองใด นอกจากว่าได้มีกำหนดเป็นที่รู้กันแก่มันแล้ว

ไม่มีประชาชาติใดจะร่าเริงกำหนดการลงโทษได้ และไม่อาจจะทำให้ล่าช้ากว่ากำหนดได้

และพวกเขากล่าวว่า “โอ้ผู้ซึ่งข้อตักเตือนถูกประทานแก่เขา แท้จริงท่านเป็นคนบ้าอย่างแน่นอน

“ทำไมท่านไม่นำมะลาอิกะฮ์มาที่เรา หากท่านอยู่ในหมู่ผู้สัตย์จริง”

เราจะไม่ส่งมะลาอิกะฮ์ลงมา เว้นแต่ด้วยความจริง และดังนั้นพวกเขาไม่ต้องคอย

แท้จริงเราได้ให้ข้อตักเตือน(อัลกุรอาน)ลงมา และแท้จริงเราเป็นผุ้รักษามันอย่างแน่นอน

และโดยแน่นอน ก่อนหน้าเจ้านั้นเราได้ส่ง(บรรดาร่อซูล) มาในหมู่คณะต่างๆ เมื่อครั้งสมัยก่อน ๆ

และไม่มีร่อซูลคนใดมายังพวกเขา เว้นแต่พวกเขาจะต้องเย้ยหยัน

ในทำนองนั้น เราได้ทำให้มัน อยู่ในจิตใจของพวกอาชญากร

พวกเขาจะไม่ศรัทธาต่ออัลกุรอาน และแน่นอนแบบอย่างของคนรุ่นก่อน ๆ ได้ล่วงลับไปแล้ว

และหาเราเปิดประตูแห่งชั้นฟ้าแก่พวกเขา แล้วพวกเขาจะขึ้นต่อไปเรื่อยๆ

แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า “แท้จริงสายตาของพวกเราถูกปิดกั้น ไม่แต่เพียงเท่านั้นพวกเรายังเป้นกลุ่มชนที่ถูกเวทมนตร์อีกด้วย”

และโดยแน่นอน เราให้มีหมู่ดวงดาวในท้องฟ้า และเราได้ประดับมันให้สวยงามแก่บรรดาผู้เฝ้ามอง

และเราได้รักษามันให้พ้นจากชัยฏอนทุกตัวที่ถูกสาปแช่ง

เว้นแต่ผู้ที่แอบฟัง ดังนั้นดวงดาวที่ลุกโชติช่วงจะตามติดเผามัน

และแผ่นดินนั้นเราได้แผ่มันออกไป และเราได้ทำให้มีเทือกเขาเป็นที่ยึดอย่างมั่นคง และเราได้ให้ทุกสิ่งงอกเงยอย่างสมดุล

และในแผ่นดินนั้นเราได้ทำให้มีเครื่องยังชีพแก่พวกเจ้า และแก่ผู้ที่พวกเจ้ามิได้เป็นผู้ให้ริซกีแก่เขา

และไม่มีสิ่งใด (เครื่องยังชีพ) เว้นแต่ที่เรานั้นมีคลังของมัน และเราจะไม่ให้มันลงมานอกจากตามสภาวะที่ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว

และเราได้ส่งลมผสมเกสร แล้วเราได้ให้น้ำลงมาจากฟ้า แล้วเราได้ให้พวกเจ้าดื่มมัน และพวกเจ้าก็มิได้เป็นผู้สะสมมันไว้

และโดยแน่นอนเราเป็นผู้ให้ชีวิต และเราเป็นผู้ให้ตาย และเราเป็นผู้คงอยู่แต่ผู้เดียว

และโดยแน่นอน เรารอบรู้กลุ่มชนก่อนพวกเจ้า และโดยแน่นอนเรารอบรู้กลุ่มชนรุ่นหลัง

และแท้จริง พระเจ้าของเจ้าคือผู้ทรงชุมนุมพวกเขา แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณผู้ทรงรอบรู้

และโดยแน่นอน เราได้สร้างมนุษย์จากดินแห้ง จากดินดำเป็นตม

และญินนั้น เราได้สร้างมันมาก่อนจากไฟของลมร้อน

และจงรำลึกเมื่อพระเจ้าของเจ้าตรัสแก่มะลาอิกะฮ์แก่ “แท้จริงข้าเป็นผู้สร้างมนุษย์จากดินแห้ง จากดินดำเป็นตม

“ดังนั้น เมื่อข้าได้ทำให้เขามีรูปร่างสมส่วนและเป่าวิญญาณจากข้าเข้าไปในตัวเขา ฉะนั้นพวกเจ้าจงก้มลงสุญูดต่อเขา”
Verse 30

ดังนั้น มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดได้ก้มลงสุญูด

เว้นแต่อิบลีส มันปฏิเสธที่จะอยู่ร่วมกับบรรดาผู้สุญูด

พระองค์ตรัสว่า “โอ้อิบลีส ทำไมเจ้าจึงไม่อยู่ร่วมกับบรรดาผู้สุญูด ?”

มันกล่าวว่า “ข้าพระองค์จะไม่สุญูดต่อมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างเขาจากดินแห้ง จากดินดำเป็นตม”

พระองค์ตรัสว่า “ดังนั้นเจ้าจงออกไปจากที่นี่ แท้จริงเจ้าเป็นผู้ถูกขับไล่

และแท้จริง การสาบแช่งจงประสบแก่เจ้า จนกระทั่งวันแห่งการตอบแทน”

มันกล่าวว่า “โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ได้โปรดประวิงเวลาให้แก่ข้าพระองค์จนถึงวันฟื้นคืนชีพด้วยเถิด”
Verse 37

พระองค์ตรัสว่า “ดังนั้น แท้จริงเจ้าอยู่ในหมู่ผู้ถูกประวิงเวลา”
Verse 38

จนกระทั่งถึงวันแห่งเวลาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว”

มันกล่าวว่า “โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์โดยที่พระองค์ทรงให้ข้าพระองค์หลงผิดไปแล้วแน่นอน ข้าพระองค์ก็จะทำให้เป็นที่เพริศแพร้วแก่พวกเขาในแผ่นดินนี้ และแน่นอนข้าพระองค์จะทำให้พวกเขาทั้งหมดหลงผิด
Verse 40

“เว้นแต่ปวงบ่าวของพระองค์ ในหมู่พวกเขาที่มีใจบริสุทธิ์เท่านั้น”

พระองค์ตรัสว่า “นี่คือทางอันเที่ยงธรรมของข้า”

“แท้จริงปวงบ่าวของข้า เจ้าจะไม่มีอำนาจใด ๆ เหนือพวกเขา เว้นแต่ผู้ที่เชื่อฟังเจ้าในหมู่ผู้หลงผิดเท่านั้น”
Verse 43

และแท้จริงนรกญะฮันนัม แน่นอนคือสัญญาของพวกเขาทั้งหมด

มันมีเจ็ดประตู สำหรับทุกประตูมีส่วนที่ถูกจัดไว้แล้ว

แท้จริง บรรดาผู้ยำเกรงอยู่ในสวนสวรรค์มากหลาย และตาน้ำพุ
Verse 46

พวกเจ้าจงเข้าไปในนั้นด้วยความศานติและปลอดภัย

และเราได้ขจัดความขุ่นแค้นที่มีอยู่ในหัวอกของพวกเขา ให้กลายเป็นพี่น้องกัน โดยพำนักอยู่บนเตียงหันหน้าเข้าหากัน

ความเหนื่อยยากจะไม่ประสบแก่พวกเขาในนั้น และพวกเขาจะไม่ถูกนำออกจากที่นั้น

จงแจ้งแก่ปวงบ่าวของข้าว่า แท้จริงข้าคือผู้อภัย ผู้เมตตาเสมอ

และแท้จริงการลงโทษของข้านั้น เป็นการลงโทษที่เจ็บแสบ
Verse 51

และจงแจ้งพวกเขาให้ทราบถึงบรรดาแขกของอิบรอฮีม

เมื่อพวกเขาเข้าไปหาเขา (อิบรอฮีม) แล้วกล่าวว่า “ศานติ” เขากล่าวว่า “แท้จริงเรากลัวพวกท่าน”

พวกเรากล่าวว่า “ท่านอย่ากลัว แท้จริงเราขอแจ้งข่าวดีแก่ท่าน เกี่ยวกับเด็กคนหนึ่งที่มีความรู้”

เขากล่าวว่า “พวกท่านมาแจ้งข่าวดีแก่ฉันเมื่อความชราภาพได้ประสบแก่ฉันแล้วกระนั้นหรือ? แล้วเรื่องอะไรเล่าที่พวกท่านจะแจ้งข่าวดีแก่ฉัน!?”

พวกเขากล่าวว่า “เราขอแจ้งข่าวดีแก่ท่านด้วยความจริง ดังนั้นท่านอย่าอยู่ในหมู่ผู้สิ้นหวัง”

เขากล่าวว่า “และจะไม่มีผู้ใดที่สิ้นหวังในพระเมตตาของพระเจ้าของเขา นอกจากพวกหลงผิด”

เขากล่าวว่า “ดังนั้น ธุระอันใดเล่าของพวกท่าน โอ้ทูตทั้งหลาย !?”

พวกเขากล่าวว่า “แท้จริงเราถูกส่งมายังกลุ่มชนผู้ทำผิด”

“นอกจากบริวารของลูฏ แท้จริงเราจะเป็นผู้ช่วยพวกเขาให้รอดทั้งหมด”

“เว้นแต่ภริยาของเขา เราได้กำหนดไว้แล้วว่า แท้จริงนางจะอยู่ในหมู่ผู้ล่วงไปแล้ว”

ครั้นเมื่อพวกทูตได้มายังบริวารของลูฏ
Verse 62

เขา (บริวารของลูฏ) กล่าวว่า “แท้จริงพวกท่านเป็นกลุ่มชนที่ไม่คุ้นหน้า”

พวกเขากล่าวว่า “แต่ว่าเรามาหาท่าน (ลูฏ) ด้วยเรื่องที่พวกเขาสงสัยกันอยู่
Verse 64

“และเรามาหาท่านด้วยเรื่องจริง และแท้จริงเราเป็นผู้ซื่อสัตย์อย่างแน่นอน

“ดังนั้น ท่านจงเดินทางไปกับครอบครัวของท่าน ในช่วงเวลากลางคืน และจงตามหลังพวกเขา และอย่าให้ผู้ใดในหมู่พวกท่านเหลียวหลัง และจงเดินต่อไปตามที่พวกท่านถูกบัญชา”

และเราได้แจ้งแก่เขาถึงเรื่องนั้นว่า คนสุดท้ายของพวกเหล่านี้จะถูกตัดขาดในยามเช้า
Verse 67

และชาวเมือง ได้มาหาอย่างดีใจ

เขา (ลูฎ) กล่าวว่า “แท้จริง เขาเหล่านั้นคือแขกของฉัน ดังนั้น พวกท่านอย่าทำให้ฉันอัปยศ
Verse 69

“และจงยำเกรงอัลลอฮ์ และอย่าทำให้ฉันได้รับความละอาย”

พวกเขากล่าวว่า “และเรามิได้ห้ามท่านเกี่ยวกับการต้อนรับแขกดอกหรือ?”

ลูฏกล่าวว่า “เขาเหล่านี้คือลูกสาวของฉันหากพวกท่านจำเป็นต้องกระทำ?”

ขอสาบานด้วยชีวิตของเจ้า แน่นอนแท้จริงพวกเขาอยู่ในการมึนเมาหลงทาง
Verse 73

ดังนั้น เสียงกัมปนาทได้คร่าพวกเขาเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น

แล้วเราได้พลิกกลับส่วนบนของมันเป็นส่วนล่าง และได้ให้หินจากนรกหล่นลงมาทับพวกเขา

แท้จริงในการนั้น แน่นอนเป็นสัญญาณแก่บรรดาผู้พินิจพิเคราะห์
Verse 76

และแท้จริง มัน(สถานที่นั้น)ยังคงเป็นเส้นทางที่พักอาศัยอย่างแน่นอน

แท้จริงในการนั้น แน่นอนย่อมเป็นสัญญาณแก่บรรดามุอ์มิน

และกระนั้นก็ดี ชาวอัลอัยกะฮ์ เป็นผู้อธรรมอย่างแน่นอน

ดังนั้นเราได้ลงโทษพวกเขา และแท้จริงทั้งสองพวก อยู่บนเส้นทางที่ชัดแจ้งอย่างแน่นอน

และโดยแน่นอน ชาวอัลฮิจร์ได้ปฏิเสธบรรดาร่อซูล

และเราได้ให้สัญญาณต่างๆ ของเราแก่พวกเขา แล้วพวกเขาก็ผินหลังให้มัน

และพวกเขาได้สะกัดภูเขาเป็นบ้านพักอย่างปลอดภัย
Verse 83

ดังนั้น เสียงกัมปนาทได้คร่าชีวิตพวกเขาในยามเช้า

ฉะนั้น สิ่งที่พวกเขากระทำเอาไว้ ไม่ให้ประโยชน์แก่พวกเขาได้เลย

และเรามิได้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสองนั้น เพื่ออื่นใดเว้นแต่เป็นความจริง และแท้จริงวันกิยามะฮ์จะมีมาอย่างแน่นอน ดังนั้นเจ้าจงอภัยด้วยการอภัยที่ดี

แท้จริงพระเจ้าของเจ้า(มุฮัมมัด) ผู้ทรงสร้าง ผู้ทรงรอบรู้

และโดยแน่นอน เราได้ให้แก่เจ้าเจ็ดอายาตที่ถูกอ่านซ้ำ และอัลกุรอานที่ยิ่งใหญ่

อย่าทอดสายตาทั้งสองของเจ้าไปยังชนชั้นต่างๆ ของพวกเขา และอย่าเสียใจแทนพวกเขา และจงลดปีของเจ้าให้ต่ำต่อบรรดาผู้ศรัทธา

และมุฮัมมัดจงกล่าวเถิดว่า “แท้จริงฉันเป็นผู้ตักเตือนอย่างชัดแจ้ง”
Verse 90

เช่นเดียวกับที่เราได้ให้แก่พวกแบ่งการศรัทธา
Verse 91

(คือ) บรรดาผู้แบ่งแยกอัลกุรอานเป็นส่วน ๆ
Verse 92

ดังนั้น ของสาบานด้วยพระเจ้าของเจ้าแน่นอนเราจะถามพวกเขาทั้งหมด
Verse 93

ถึงที่พวกเขาได้กระทำไว้

ดังนั้น จงประกาศอย่างเปิดเผยในสิ่งที่เจ้าถูกบัญชา และจงผินหลังให้พวกมุชริกีน
Verse 95

แท้จริง เราได้ให้ความพอเพียงแก่เจ้าต่อพวกเย้ยหยันแล้ว

(คือ) บรรดาผู้ตั้งพระเจ้าอื่นเป็นภาคีกับอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกเขาจะรู้

และโดยแน่นอน เรารู้ว่าแท้จริงเจ้านั้นหัวอกของเจ้าอึดอัดต่อสิ่งที่พวกเขากล่าว

ดังนั้น จงกล่าวสดุดีด้วยการสรรเสริญพระเจ้าของเจ้า และจงร่วมอยู่ในหมู่ผู้สุญูด

และจงเคารพภักดีพระเจ้าของเจ้า จนกว่าความแน่นอน(ความตาย) จะมาหาเจ้า
تقدم القراءة