سورة المدثر

King Fahad Quran Complex - Thai translation

การแปลซูเราะฮ์ สูเราะฮฺ อัล-มุดดัษษิร เป็น التايلاندية จาก King Fahad Quran Complex - Thai translation

King Fahad Quran Complex - Thai translation

Verse 1

สูเราะฮฺ อัล-มุดดัษษิร


โอ้ผู้ห่มกายอยู่เอ๋ย !
Verse 2

จงลุกขึ้น แล้วประกาศตักเตือน
Verse 3

และแด่พระเจ้าของเจ้า จงให้ความเกียงไกร (ต่อพระองค์)
Verse 4

และเสื้อผ้าของเจ้า จงทำให้สะอาด
Verse 5

และสิ่งสกปรกก็จงหลบหลีกให้ห่างเสีย
Verse 6

และอย่าทำคุณ เพื่อหวังการตอบแทนอันมากมาย
Verse 7

และเพื่อพระเจ้าของเจ้าเท่านั้นจงอดทน
Verse 8

ในที่สุด เมื่อเสียงเป่าถูกเป่าขึ้น
Verse 9

นั่นคือ วันนั้น วันแห่งความยากลำบาก
Verse 10

แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา มิใช่เป็นเรื่องง่าย
Verse 11

จงปล่อยข้าไว้กับผู้ที่ข้าได้สร้างเขาไว้แต่ลำพังเถิด
Verse 12

และข้าได้ทำให้เขามีทรัพย์สมบัติอย่างล้นเหลือ
Verse 13

และลูกหลานอย่างพรั่งพร้อม
Verse 14

และข้าได้ทำให้เขาสุขสบายอย่างราบรื่น
Verse 15

แล้วเขายังโลภที่จะให้ข้าเพิ่มพูนแก่เขาอีก

เปล่าเลย ! เพราะว่าเขาเป็นผู้ดื้อรั้นต่อสัญญาณต่าง ๆ ของเรา
Verse 17

ในไม่ช้าข้าจะเพิ่มพูนความยากลำบากแก่เขา
Verse 18

แท้จริงเขาได้ใคร่ครวญและคาดคะเน
Verse 19

ดังนั้นเขาได้รับความหายนะ เขาจะคาดคะเนได้อย่างไร ?
Verse 20

แล้วเขาได้รับความหายนะ เขาจะคาดคะเนได้อย่างไร ?
Verse 21

แล้วเขาได้ตรึกตรอง
Verse 22

แล้วเขาทำหน้าบูดบึ้ง และทำหน้านิ่วคิ้วขมวด
Verse 23

แล้วเขาก็ผินหลังออกไป และหยิ่งผยอง

แล้วเขากล่าวว่า นี่มิใช่อื่นนอกจากเป็นมายากลที่สืบทอดกันมา

นี่มิใช่อื่นใดนอกจากเป็นคำพูดของปุถุชน
Verse 26

ในไม่ช้าข้าจะโยนเขาเข้าสู่กองไฟที่เผาไหม้
Verse 27

และอันใดเล่าทำให้เจ้ารู้ได้ว่า สิ่งที่เผาไหม้นั้นคืออะไร ?
Verse 28

มันจะไม่เหลืออะไรเลย และมันจะไม่ปล่อยผู้ใดให้คงเหลือไว้ (เช่นกัน)
Verse 29

มันจะเผาไหม้ผิวหนังจนเกรียมดำ
Verse 30

เหนือมันมีมะลาอิกะฮฺสิบเก้าท่าน

และเรามิได้แต่งตั้งผู้ใดเป็นยามเฝ้าประตูนรก นอกจากมะลาอิกะฮฺเท่านั้น และเรามิได้กำหนดจำนวนของพวกเขาไว้ เว้นแต่เพื่อเป็นการทดสอบแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา เพื่อบรรดาอะฮฺลุลกิตาบจะได้เชื่อมั่น และบรรดาผู้ศรัทธาจะได้เพิ่มพูนการศรัทธา และบรรดาอะฮฺลุลกิตาบรวมทั้งบรรดาผู้ศรัทธาจะไม่ต้องสงสัย และเพื่อบรรดาผู้ในหัวใจของพวกเขามีโรคอีกทั้งบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะกล่าวว่า อัลลอฮฺทรงประสงค์อะไรด้วยอุปมานี้ เช่นนั้นแหละอัลลอฮฺจะทรงให้หลงทางผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และจะทรงชี้แนะทางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และไม่มีผู้ใดรู้จำนวนไพร่พลของพระเจ้าของเจ้านอกจากพระองค์ และนี่มิใช่อื่นใดนอกจากเป็นข้อตักเตือนแก่มนุษย์
Verse 32

เปล่าเลย ขอสาบานด้วยดวงจันทร์
Verse 33

ขอสาบานด้วยกลางคืนเมือมันคล้อยไป
Verse 34

ขอสาบานด้วยยามเช้าเมื่อมันทอแสง
Verse 35

แท้จริงนรกนั้นแน่นอนเป็นหนึ่งในความหายนะอันใหญ่หลวง
Verse 36

เพื่อเป็นการเตือนสำทับแก่มนุษย์

สำหรับผู้ที่ประสงค์ในหมู่พวกเจ้าจะรุดหน้า (ไปสู่ความดี) หรือจะรั้งท้าย (เพื่อกระทำความชั่ว)

แต่ละชีวิตย่อมถูกค้ำประกันกับสิ่งที่มันขวนขวายไป
Verse 39

ยกเว้นบรรดาผู้อยู่เบื้องขวา
Verse 40

อยู่ในสวนสวรรค์หลากหลาย พวกเขาจะไต่ถามซึ่งกันและกัน
Verse 41

เกี่ยวกับพวกที่กระทำความผิด
Verse 42

อะไรที่นำพวกท่านเข้าสู่กองไฟที่เผาไหม้

พวกเขากล่าวว่า เรามิได้อยู่ในหมู่ผู้ทำละหมาด
Verse 44

เรามิได้ให้อาหารแก่บรรดาผู้ขัดสน
Verse 45

และพวกเราเคยมั่วสุมอยู่กับพวกที่มั่วสุม
Verse 46

และเราเคยปฏิเสธวันแห่งการตอบแทน
Verse 47

จนกระทั่งความตายได้มาเยือนเรา
Verse 48

ดังนั้นการชะฟาอะฮฺของบรรดาผู้มีชะฟาอะฮฺจะไม่เกิดประโยชน์อันใดแก่พวกเขา

ดังนั้นเกิดอะไรขึ้นแก่พวกเขา โดยทีพวกเขาผินหลังออกห่างจากการเตือนสติ
Verse 50

ประหนึ่งว่าพวกเขาเป็นลาเปรียวที่ตื่นตระหนก

แท้จริงแล้วทุกคนในหมู่พวกเขาต้องการที่จะมีแผ่นกระดาษกางแผ่ยืนมาให้แก่เขา

ไม่เลยทีเดียว! ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังไม่กลัววันปรโลกอีกด้วย
Verse 54

เปล่ามิได้! แท้จริงนั่นคือข้อเตือนสติ
Verse 55

ฉะนั้นผู้ใดประสงค์เขาก็จะจดจำรำลึกไว้

และพวกเขาจะไม่จดจำรำลึกได้ เว้นแต่อัลลอฮฺจะทรงประสงค์ พระองค์เท่านั้นคือพระเจ้าแห่งการยำเกรงและพระเจ้าแห่งการให้อภัย
تقدم القراءة