سورة النازعات

King Fahad Quran Complex - Thai translation

การแปลซูเราะฮ์ สูเราะฮฺ อัน-นาซิอาต เป็น التايلاندية จาก King Fahad Quran Complex - Thai translation

King Fahad Quran Complex - Thai translation

Verse 1

สูเราะฮฺ อัน-นาซิอาต


ขอสาบานด้วย (มะลาอิกะฮฺ) ผู้ฉุดกระชาก (วิญญาณของผู้ปฏิเสธศรัทธา) อย่างแรง
Verse 2

ขอสาบานด้วย (มะลาอิกะฮฺ) ผู้ชัก (วิญญาณของผู้ศรัทธา) อย่างแผ่วเบา
Verse 3

ขอสาบานด้วย (มะลาอิกะฮฺ) ที่แหวกว่ายในท้องนภากาศ
Verse 4

แล้วพวกเขา (มะลาอิกะฮฺ) ผู้รีบรุดหน้าไปอย่างว่องไว
Verse 5

แล้วพวกเขา (มะลาอิกะฮฺ) ผู้บริหารกิจการ
Verse 6

วันซึ่งการเป่าสังข์ครั้งแรกทำให้สั่นสะเทือน
Verse 7

การเป่าสังข์ครั้งสองจะติดตามมา
Verse 8

ในวันนั้นดวงจิตทั้งหลายจะตระหนก
Verse 9

สายตาของพวกเขาจะละห้อย

พวกเขาจะกล่าวว่า พวกเราจะถูกให้กลับไปอยู่ในสภาพเดิมอีกกระนั้นหรือ ?
Verse 11

เมื่อเราได้กลายเป็นกระดูกที่ผุแล้วกระนั้นหรือ ?

พวกเขากล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เป็นการกลับไปที่ขาดทุน
Verse 13

ความจริงมันเป็นเพียงเสียงก้อนครั้งเดียวเท่านั้น
Verse 14

แล้วเมื่อนั้นพวกเขาก็จะออกมายังที่ราบโล่ง
Verse 15

เรื่องราวของมูซาได้มาถึงได้มาถึงเจ้าแล้วมิใช่หรือ ?

ขณะที่พระเจ้าของเขาทรงเรียกเขาที่หว่างหุบเขาฏวาอันบริสุทธิ์

เจ้าจงไปหาฟิรเอานฺ เพราะเขาละเมิดฝ่าฝืน

แล้วจงกล่าวว่า ท่านประสงค์จะซักฟอกไหม ?
Verse 19

และจะให้ฉันนำท่านไปสู่พระเจ้าของท่านไหม ? เพื่อท่านจะได้ยำเกรง
Verse 20

แล้วมูซาก็แสดงให้เขาเห็นสัญญาณอันยิ่งใหญ่
Verse 21

แต่เขาได้ปฏิเสธและดื้นดัน
Verse 22

แล้วเขาก็ผินหลังกลับหนีออกไปอย่างเร็ว
Verse 23

แล้วเขาก็ได้เรียกชุมนุม แล้วประกาศออกไป
Verse 24

แล้วกล่าวว่า ฉันคือพระเจ้าสูงสุดของพวกท่าน

ดังนั้นอัลลอฮฺจึงคร่าเขาเป็นการลงโทษที่เป็นแบบอย่างทั้งในปรโลกและในโลกนี้

แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นข้อเตือนใจสำหรับผู้ยำเกรงของอัลลอฮฺ

พวกเจ้าลำบากยิ่งในการสร้างกระนั้นหรือ ? หรือว่าชั้นฟ้าที่พระองค์ทรงสร้างมัน !
Verse 28

พระองค์ทรงยกให้มันสูงขึ้นแล้วทรง ทำให้มันสมบูรณ์
Verse 29

และทรงทำให้กลางคืนของมันมืดทึบ และทรงทำให้ความสว่างของมันออกมา
Verse 30

และหลังจากนั้นทรงทำให้แผ่นดินเป็นพื้นราบเรียบ
Verse 31

ทรงให้ออกมาจากแผ่นดินเป็นน้ำของมัน และทุ่งหญ้าของมัน
Verse 32

ส่วนเทือกเขานั้นทรงทำให้มันมั่นคง
Verse 33

ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยยังชีพสำหรับพวกเจ้า และสำหรับปศุสัตว์ของพวกเจ้า
Verse 34

ดังนั้นเมื่อความหายนะอันใหญ่หลวงได้เกิดขึ้น

เป็นวันที่มนุษย์จะนึกถึงสิ่งที่เขาได้ขวนขวายไว้
Verse 36

และนรกหรือเปลวไฟจะถูกเผยให้แก่ผู้ที่มองมัน
Verse 37

ส่วนผู้ที่ละเมิดฝ่าฝืนนั้น
Verse 38

และเขาได้เลือกเอาการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้
Verse 39

ดังนั้นนรกหรือเปลวไฟคือที่พำนักของเขา

และส่วนผู้ที่หวาดหวั่นต่อการยืนเบื้องหน้าพระเจ้าของเขา และได้หน่วงเหนี่ยวจิตใจจากกิเลสต่ำ
Verse 41

ดังนั้นสวนสวรรค์ก็จะเป็นที่พำนักของเขา

พวกเขาจะถามเจ้าถึงยามอวสาน (วันกิยามะฮฺ) ว่า เมื่อใดเล่ามันจะเกิดขึ้น ?
Verse 43

ด้วยเหตุอันใดเจ้าจึงชอบกล่าวถึงมันนัก ?
Verse 44

ยังพระเจ้าของเจ้าเท่านั้นคือวาระ

ความจริงเจ้าเป็นแต่เพียงผู้ตักเตือนแก่คนที่หวาดหวั่นมัน (วันกิยามะฮฺ) เท่านั้น

วันที่พวกเขาจะเห็นมัน (วันกิยามะฮฺ) ประหนึ่งว่าพวกเขามิได้พำนักอยู่โลกนี้เว้นแต่เพียงชั่วครู่หนึ่งของยามเย็นและยามเช้าของมันเท่านั้น
تقدم القراءة