سورة النجم

King Fahad Quran Complex - Thai translation

การแปลซูเราะฮ์ สูเราะฮฺ อัน-นัจญ์มฺ เป็น التايلاندية จาก King Fahad Quran Complex - Thai translation

King Fahad Quran Complex - Thai translation

Verse 1

สูเราะฮฺ อัน-นัจญ์มฺ


ขอสาบานด้วยดวงดาวเมื่อมันคล้อยตกลงมา

สหาย(มุฮัมมัด) ของพวกเจ้ามิได้หลงผิดและเชื่อมั่นในทางที่ผิด
Verse 3

และเขามิได้พูดตามอารมณ์

อัลกุรอานมิใช่อื่นใดนอกจากเป็นวะฮีย.ที่ถูกประทานลงมา
Verse 5

ผู้ทรงพลังอำนาจอันมากมาย (ญิบรีล) ได้สอนเขา
Verse 6

ผู้ทรงพลังอันแข็งแรง ดังนั้นเขาจึงปรากฎในสภาพที่แท้จริง
Verse 7

ขณะที่เขาอยู่บนขอบฟ้าอันสูงส่ง
Verse 8

แล้วเขาได้เข้ามาใกล้ และเข้ามาใกล้จนชิด

เขาเข้ามาใกล้ (จนอยู่) ในระยะของปลายคันธนูทั้งสอง หรือใกล้กว่านั้นอีก

ดังนั้นเขา (ญิบรีล) จึงนำวะฮียฺมาให้แก่บ่าวของพระองค์ (มุฮัมมัด) สิ่งที่เขาจะนำวะฮียฺมา

จิตใจ (ของมุฮัมมัด) มิได้ปฏิเสธสิ่งที่เขาได้เห็น
Verse 12

แล้วพวกเจ้าจะโต้เถียงกับเขาเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้เห็นอีกหรือ
Verse 13

และโดยแน่นอน เขาได้เห็นญิบรีลในการลงมาอีกครั้งหนึ่ง
Verse 14

ณ ที่ต้นพุทธาอันไกลโพ้น
Verse 15

ณ ที่นั้น คือสวนสวรรค์อันเป็นที่พำนัก

(ขณะนั้น) สิ่งที่ปกคลุม (แสงประกาย) ได้ปกคลุมต้นพุทรา

สายตา (ของมุฮัมมัด) มิได้เหลือบแลไปทางอื่น และมิได้ล่วงเกินไป

โดยแน่นอนเขาได้เห็นสัญญาณอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าของเขา
Verse 19

แล้วพวกเจ้ามิได้เห็นอัลลาต และอัลอุซซา
Verse 20

และตัวอื่นคือตัวที่สาม, มะนาต ดอกหรือ?
Verse 21

สำหรับพวกเจ้ามีเพศชาย และสำหรับพระองค์ให้เพศหญิงกระนั้นหรือ?
Verse 22

ดูซิ นั่น เป็นการแบ่งส่วนที่ไม่ยุติธรรม

เหล่านี้มิใช่อื่นใดนอกจากเป็นชื่อที่พวกเจ้าและบรรพบุรุษของพวกเจ้าตั้งมันขึ้นมาเอง อัลลอฮฺมิได้ทรงประทานหลักฐานอันใดลงมาเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย พวกเขามิได้ปฏิบัติตามสิ่งใดนอกจากการคาดคะเนและสิ่งที่อารมณ์ปรารถนา และโดยแน่นอน แนวที่ถูกต้อง (ฮิดายะฮฺ) จากพระเจ้าของพวกเขาได้มีมายังพวกเขาแล้ว
Verse 24

หรือว่าสำหรับมนุษย์นั้นจะได้ทุกสิ่งที่เขาปรารถนา
Verse 25

(อำนาจนั้น) เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ.ทั้งในปรโลก และโลกนี้

และมะลักกี่มากน้อยในชั้นฟ้าทั้งหลายนั้น การชะฟาอะฮ.ของพวกเขาจะไม่อำนวยประโยชน์อันใด (แก่พวกเขา) เว้นแต่หลังจากอัลลอฮ.จะทรงอนุมัติแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และทรงพอพระทัย

แท้จริง บรรดาผู้ที่ไม่ศรัทธาต่อวันปรโลกนั้น แน่นอนพวกเขาจะตั้งชื่อมะลาอิกะฮฺเป็นเพศหญิง

และพวกเขาไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นเลย พวกเขามิได้ปฏิบัติตามสิ่งใดนอกจากการคาดคะเนและแท้จริงการคาดคะเนนั้น จะไม่อำนวยประโยชน์อันใดแก่ความจริงได้

ดังนั้น เจ้าจงหลบหลีกให้ห่างจากผู้ที่ผินหลังจากการรำลึกนึกถึงเรา (อัลลอฮ.) และเขามิได้ปรารถนาอื่นใดนอกจากการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้เท่านั้น

นั่นคือสุดยอดแห่งความรู้ของพวกเขาแล้ว แท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้น พระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่หลงออกจากทางของพระองค์และพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง (ฮิดายะฮ.)

และสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺเพื่อพระองค์จะทรงตอบแทนบรรดาผู้กระทำความชั่วตามที่พวกเขาประพฤติ และจะทรงตอบแทนบรรดาผู้กระทำความดีด้วยความดี

แก่บรรดาผู้หลีกเลี่ยงห่างจากการทำบาปใหญ่ และทำสิ่งลามกทั้งหลาย เว้นแต่ความผิดพลาดเล็กน้อยแท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้น ทรงเป็นผู้กว้างขวางในการอภัย พระองค์ทรงรู้จักพวกเจ้าดียิ่ง เมื่อครั้งบังเกิดพวกเจ้าจากแผ่นดิน และเมื่อครั้งพวกเจ้าเป็นทารกอยู่ในครรภ์ของมารดาของพวกเจ้าดังพวกเจ้าอย่าแสดงความบริสุทธิ์แก่ตัวของพวกเจ้าเอง เพราะพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่มีความยำเกรง
Verse 33

เจ้าได้เห็นผู้ที่ผินหลังให้บ้างไหม?
Verse 34

และเขาให้เพียงเล็กน้อย และเขาได้ตระหนี่ (ส่วนที่เหลือ)

เขามีความรู้ในสิ่งเร้นลับกระนั้นหรือเขาจึงได้เห็น?

หรือว่าเขามิได้รับข่าวคราวที่มีอยู่ในคัมภีร์ของมูซา
Verse 37

และ (ในคัมภีร์ของ) อิบรอฮีม ผู้ซึ่งปฏิบัติตามสัญญาอย่างครบครัน

ว่าไม่มีผู้แบกภาระคนใดที่จะแบกภาระของผู้อื่นได้

และมนุษย์จะไม่ได้อะไรเลย นอกจากสิ่งที่เขาได้ขวนขวายเอาไว้
Verse 40

และแท้จริงการขวนขวายของเขาก็จะได้เห็นในไม่ช้า
Verse 41

แล้วเจาก็จะได้รับการตอบแทนด้วยการตอบแทนที่ครบถ้วนสมบูรณ์
Verse 42

และแท้จริงจุดหมายปลายทาง (ของเขา) ย่อมไปสู่พระเจ้าของเจ้า
Verse 43

และแท้จริงพระองค์คือผู้ทรงทำให้หัวเราะ และทรงทำให้ร้องไห้
Verse 44

และแท้จริงพระองค์คือผุ้ทรงทำให้ตาย และทรงทำให้เป็น

และแท้จริงพระองค์ทรงสร้างสามีภรรยาคู่หนึ่ง เป็นเพศชาย และเพศหญิง
Verse 46

จากเชื้ออสุจิเมื่อมันหลั่งออกมา
Verse 47

และแท้จริง เป็นหน้าที่ของพระองค์ที่จะให้บังเกิดอีกครั้งหนึ่ง
Verse 48

และแท้จริงพระองค์ทรงทำให้เขาร่ำรวย และทรงทำให้เขายากจน
Verse 49

และแท้จริงพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งดาวสิริอุส (อัชเชียะอฺรอ)
Verse 50

และแท้จริงพระองค์ทรงทำลายพวกอ๊าดรุ่นก่อน ๆ
Verse 51

และพวกษะมูดก็ไม่ได้ให้มีเหลืออยู่อีกเลย

และหมู่ชนของนูหก่อนหน้านี้ แท้จริงพวกเขาเป็นผู้อธรรมยิ่ง และเป็นผู้ละเมิดยิ่ง
Verse 53

และเมืองที่พลิกคว่ำลง (อัลมุอ.ตะฟิกะฮ.) พระองค์ทรงให้มันถล่มลง
Verse 54

ฉะนั้น สิ่งที่ครอบคลุมมันก็ (คือการลงโทษ) ได้ครอบคลุมมัน
Verse 55

ดังนั้น ความโปรดปรานของพวกเจ้าของเจ้าอันใดเล่าที่เจ้ายังสงสัยอยู่

นี่คือผู้ตักเตือนที่มาจากปวงผู้ตักเตือนรุ่นก่อน ๆ
Verse 57

เวลาที่ใกล้เข้ามา (วันกิยามะฮ) ได้ใกล้เข้ามาแล้ว

ไม่มีผู้ใดที่จะปัดเป่าให้พ้นไปได้นอกจากอัลลอฮฺ
Verse 59

พวกเจ้ายังคงแปลกใจต่อคำกล่าวนี้อีกหรือ?
Verse 60

และพวกเจ้ายังคงหัวเราะ และยังไม่ร้องไห้!
Verse 61

และพวกเจ้ายังคงหลงระเริงลืมตัว!
Verse 62

ดังนั้นพวกเจ้าจงสุญูดต่ออัลลอฮ.เถิดและจงเคารพภักดีต่อพระองค์เถิด
تقدم القراءة