ترجمة معاني سورة الشعراء باللغة التايلاندية من كتاب King Fahad Quran Complex - Thai translation

King Fahad Quran Complex - Thai translation

آية رقم 1

สูเราะฮฺ อัช-ชุอะรออ์


ฏอ ซีน มีม
آية رقم 2

เหล่านี้คือโองการทั้งหลายอันชัดแจ้ง
آية رقم 3

บางทีเจ้า (มุฮัมมัด) เป็นผู้ทำลายชีวิตของเจ้า เพราะพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา

หากเราประสงค์ เราจะให้มีสัญญาณหนึ่งจากฟากฟ้ามายังพวกเขา แล้วคอของพวกเขาก็ยอมก้มลมต่อมัน

และไม่มีข้อตักเตือนใหม่ อันใดจากพระผู้ทรงกรุณาปราณี เว้นแต่พวกเขาจะผินหลังให้กับมัน
آية رقم 6

แล้วแน่นอนพวกเขาได้ปฏิเสธ ดังนั้นข่าวคราวที่พวกเขาเคยเยาะเย้ยมันนั้นก็จะมายังพวกเขา

พวกเขามิได้มองไปยังแผ่นดินดอกหรือว่ากี่มากน้อยแล้วที่เราได้ให้มันงอกเงยออกมาจากทุกชนิดที่ดีมีประโยชน์

แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ส่วนมากของพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา
آية رقم 9

และแท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงเมตตาเสมอ
آية رقم 10

และจงรำลึก เมื่อพระเจ้าของเจ้าทรงเรียกมูซาว่า จงไปยังหมู่ชนผู้อธรรม
آية رقم 11

คือหมู่ชนของฟิรเอาน์ พวกเขาไม่ยำเกรงดอกหรือ?
آية رقم 12

เขา (มูซา)กล่าวว่า โอ้พระเจ้าของฉันแท้จริงฉันกลัวว่า พวกเขาจะปฏิเสธไม่ยอมเชื่อฉัน
آية رقم 13

และหัวอกของฉันจะอึดอัด และลิ้นของฉันจะไม่คล่อง ดังนั้นพระองค์ทรงโปรดส่งฮารูนมาช่วยฉันด้วยเถิด!
آية رقم 14

และพวกเขามีข้อกล้าวหาต่อฉัน ดังนั้นฉันกลัวว่าพวกเขาจะฆ่าฉัน

พระองค์ตรัสว่า ไม่ดอก! ดังนั้นเจ้าทั้งสองจงไปเถิดพร้อมด้วยสัญญาณทั้งหลาย ของเราแท้จริงเราอยู่กับพวกเจ้า เป็นผู้ฟัง
آية رقم 16

ดังนั้นเจ้าทั้งสองจงไปหาฟิรเอาน์ แล้วจงกล่าวว่าเราเป็นทูตของพระเจ้าแห่งสากลโลก
آية رقم 17

แล้วขอให้ส่งวงศ์วานของอิสรออีลไปพร้อมกับเราเถิด

เขา(ฟิรเอาน์) กล่าวว่า เรามิได้เลี้ยงดูเจ้าเมื่อขณะเป็นเด็กอยู่กับพวกเราดอกหรือ? และเจ้าได้อยู่กับเราหลายปี ในช่วงชีวิตของเจ้า
آية رقم 19

และเจ้าได้ทำการกระทำของเจ้าซึ่งเจ้าได้กระทำไปแล้ว และเจ้าเป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้เนรคุณ
آية رقم 20

เขา (มูซา) กล่าวว่า ฉันได้กระทำมันโดยที่ฉันไม่รู้

ดังนั้น ฉันได้หนีไปจากพวกท่าน เมื่อฉันกลัวพวกท่านแล้วพระเจ้าของฉันได้ทรงประทานฮิกมะฮ์แก่ฉัน และทรงแต่งตั้งฉันให้เป็นร่อซูลคนหนึ่ง
آية رقم 22

และนี่คือบุญคุณที่ท่านรำเลิกมันต่อฉันโดยท่านทำให้วงศืวานอิสรออีลเป็นทาส
آية رقم 23

ฟิรเอาน์ได้กล่าวว่า “และใครคือพระเจ้าแห่งสากลโลก”

เขา(มูซา) กล่าวว่า “พระเจ้าแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ในระหว่างทั้งสอง หากพวกท่านเป็นผู้ศรัทธาเชื่อมัน”
آية رقم 25

เขาได้กล่าวแก่ผู้อยู่รอบ ๆ เขาว่า “พวกท่านได้ยินไหม?”
آية رقم 26

เขา(มูซา)กล่าว่า “พระเจ้าของพวกท่าน และของบรรพบุรุษสมัยก่อน ๆ นั้นด้วย”
آية رقم 27

เขา (ฟิรเอาน์) กล่าวว่า “ทจริงร่อซูลของพวกท่านซึ่งได้ถูกส่งมายังพวกท่านนั้นเป็นคนบ้าอย่างแน่นอน”

เขา(มูซา) กล่าวว่า “พระเจ้าแห่งทิศตะวันออกและทิศตะวันตก และสิ่งที่อยู่ในระหว่างทั้งสอง หากพวกท่านใช้สติปัญญาพิจารณา
آية رقم 29

เขากล่าวว่า “หากเจ้ายึดถือพระเจ้าอื่นจากฉัน ฉันจะให้เจ้าอยู่ในหมู่ผู้ต้องขัง”
آية رقم 30

เขา(มูซา) กล่าวว่า “แม้ว่าฉันจะนำสิ่งที่ชัดแจ้งมายังท่านกระนั้นหรือ?”
آية رقم 31

เขากล่าวว่า “ก็จงนำมันมาซิ หากเจ้าเป็นคนจริง”
آية رقم 32

ดังนั้น เขาได้โยนไม่เท้าของเขามันคือ งูอย่าชัดแจ้ง
آية رقم 33

และได้ดึงมือของเขาออกมาเป็นสีขางแก่บรรดาผู้มองดู
آية رقم 34

เขาได้กล่าวแก่ขุนนางชั้นผู้ใหญ่รอบๆ เขาว่า “แท้จริงเขาคนนี้คือนักเล่นกลอย่างช่ำชอง
آية رقم 35

เขาต้องการที่ให้พวกท่านออกจากดินแดนของพวกท่านด้วยเล่ห์กลของเขา ดังนั้นพวกท่านจะชี้แนะประการใด”
آية رقم 36

พวกเขากล่าวว่า “จงหน่วงเหนี่ยวเขาและพี่ชายของเขาไว้ก่อน และจงส่งคนไปตามหัวเมืองให้มาชุมนุมกัน
آية رقم 37

เพื่อที่นักเล่นกลผู้ช่ำชองทุกคนจะได้มาหาท่าน”
آية رقم 38

แล้วบรรดานักเล่นกลได้มาชุมนุมกันตามวันเวลาที่กำหนดไว้
آية رقم 39

และได้มีประกาศแก่มหาชน พวกท่านจะไปร่วมชุมนุมด้วยไหม?
آية رقم 40

เพื่อพวกเขาจะได้ตามบรรดานักเล่นกลหากพวกเขาเป็นผู้ชนะ

เมื่อพวกนักเล่นกลมาถึง พวกเขากล่าวแก่ฟิรเอาน์ว่า “พวกเราจะมีรางวัลแน่นอนหรือถ้าพวกเราเป็นผู้ชนะ
آية رقم 42

เขากล่าวว่า “ถูกแล้ว และพวกท่านขณะนั้นจะอยู่ในหมู่ผู้ใกล้ชิดอย่างแน่นอน”
آية رقم 43

มูซาได้กล่าวแก่พวกเขาว่า “จงโยนซิสิ่งที่พวกท่านจะต้องโยน”

แล้วพวกเขาก็ได้โยนเชือกหลายเส้นของพวกเขาและไม้เท้าหลายอันของพวกเขา และพวกเขากล่าวว่า “ด้วยเกียติยศของฟิรเอาน์แท้จริงเราเป็นผู้ชนะอย่างแน่นอน”
آية رقم 45

ครั้นแล้วมูซาก็ได้โยนไม้เท้าของเขา ณ บัดนั้นมันได้กลืนสิ่งที่พวกเขาได้ลองมันขึ้น
آية رقم 46

พวกนักเล่นกลจึงก้มหัวลงกราบสุญูด
آية رقم 47

พวกเขากล่าวว่า “เราศรัทธาต่อพระเจ้าแห่งสากลโลก”
آية رقم 48

พระเจ้าของมูซา และฮารูน

เขากล่าวว่า พวกท่านศรัทธาต่อเขาก่อนที่ฉันจะอนุญาตแก่พวกท่านกระนั้นหรือ? แน่นอนเขาต้องเป็นหัวหน้าของพวกท่านซึ่งได้สอนการเล่นกลแก่พวกท่าน แล้วพวกท่านจะรู้ แน่นอนฉันจะตัดมือของพวกท่านและเท้าของพวกท่านสลับข้างกัน และแน่นอนฉันจะแขวนตรึงไว้ทั้งหมด
آية رقم 50

พวกเขากล่าวว่า ไม่เป็นไรหรอกแท้จริงเรานั้นต้องเป็นผู้กลับไปยังพระเจ้าของเรา

แท้จริงเราปรารถนาที่จะให้ พระเจ้าของเราทรงยกโทษแก่เรา เพราะเราเป็นกลุ่มแรกที่เป็นผู้ศรัทธา

แลเราได้ดลใจให้มูซาออกเดินทาง ในเวลากกลางคืนพร้อมกันกับปวงบ่าวของข้า แท้จริงพวกเจ้ากำลังถูกติดตาม
آية رقم 53

แล้วฟิรเอาน์ได้ส่งคนไปตามหัวเมืองต่างๆ ให้มาร่วมชุมนุม
آية رقم 54

(และว่า) แท้จริงเขาเหล่านั้นเป็นหมู่ชนส่วนน้อย
آية رقم 55

และแท้จริงพวกเขาทำให้เราเกิดโทษะ
آية رقم 56

และแท้จริงพวกเราทั้งหมดอยู่ในสภาพเตรียมพร้อม
آية رقم 57

ดังนั้น เราได้ให้พวกเขา ออกจากเรือกสวนและลำธารน้ำ
آية رقم 58

และทรัพย์สินอันมากมายหลาย และที่พำนักอันโอ่อ่า
آية رقم 59

เช่นนั้นแหละ และเราได้ให้วงศ์วานอิสรออีล ได้รับมรดกครอบครองมัน
آية رقم 60

แล้วพวกเขา(ฟิรเอาน์) ได้ติดตามพวกเขา(วงศ์วานอิสรออีล) เมื่อเวลาตะวันขึ้น
آية رقم 61

ครั้นเมื่อแต่ละฝ่ายได้มองเห็นกัน พวกพ้องของมูซาได้กล่าวว่า “ท้จริงเราถูกตามทันแล้ว”
آية رقم 62

เขา (มูซา)ได้กล่าวว่า “ไม่หรอก แท้จริงพระเจ้าของฉันทรงอยู่กับฉัน พระองค์ทรงขี้แนะทางแก่ฉัน

ดังนั้นเราได้ดลใจมูซาว่า “จงฟาดทะเลด้วยไม้เท้าของเจ้า” แล้วมันก็ได้แยกออก แต่ละข้างมีสภาพเหมือภูเขาใหญ่
آية رقم 64

และเราได้ให้พวกอื่น ให้เข้ามาใกล้ ณ ที่นั้น
آية رقم 65

และเราได้ให้มูซาและผู้ที่ออยู่ร่วมกับเขาทั้งหมดรอดพ้นไป
آية رقم 66

แลเราได้ให้พวกอื่น จมน้ำตาย

แท้จริงในการนั้นเป็นสัญญาณอย่างแน่นอน แต่ส่วนมากของพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา
آية رقم 68

และแท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงเมตตาเสมอ
آية رقم 69

และจงเล่า เรื่องราวของอิบรอฮีม ให้แก่พวกเขา
آية رقم 70

ขณะที่เขากล่าวแก่บิดาของเขา และพวกพ้องของเขาว่า “พวกท่านเคารพภักดีอะไร?”
آية رقم 71

พวกเขากล่าวว่า “เราเคารพภักดีรูปปั้นแล้วเราจะคงเป็นผู้ยึดมั่นต่อมันตลอดไป”
آية رقم 72

เขา(อิบรอฮีม) กล่าวว่า “เมื่อพวกท่านวิงวอนขอ พวกมันได้ยินพวกท่านหรือ?”
آية رقم 73

“หรือมันให้คุณให้โทษแก่พวกท่านไหม?”
آية رقم 74

พวกเขากล่าวว่า “แต่เราได้พบบรรพบุรุษของเราปฏิบัติกันมาเช่นนั้น”
آية رقم 75

เขากล่าวว่า “พวกท่านไม่เห็นดอกหรือสิ่งที่พวกท่านเคารพภักดีอยู่”
آية رقم 76

ด้วยตัวของพวกท่านเอง และบรรพบุรุษของพวกท่านแต่กาลก่อน
آية رقم 77

แท้จริงพวกเขาคือศัตรูของฉัน นอกจากพระเจ้าแห่งสากลโลก
آية رقم 78

ซึ่งพระองค์ทรงสร้างฉัน แล้วพระองค์ทรงชี้แนะทางแก่ฉัน
آية رقم 79

และพรองค์ทรงประทานอาหารให้ฉันและทรงให้น้ำดื่มแก่ฉัน
آية رقم 80

และเมื่อฉันป่วย ดังนั้นพระองค์ทรงให้ฉันหายป่วย
آية رقم 81

และผู้ทรงให้ฉันตายแล้วทรงให้ฉันมีชีวิต
آية رقم 82

และผู้ที่ฉันหวังว่า จะทรงอภัยแก่ฉันซึ่งความผิดพลาดในวันแห่งการตอบแทน
آية رقم 83

ข้าแต่พระเจ้าของฉัน! ขอพระองค์ทรงประทานความรู้และทรงให้ฉันอยู่รวมกับหมู่คนดีทั้งหลาย
آية رقم 84

และทรงทำให้ฉันได้รับการรำลึกอย่างดีในหมู่ชนรุ่นต่อ ๆ ไป
آية رقم 85

และทรงทำให้ฉันอยู่ในหมู่ผู้รับมรดกแห่งสวนสวรรค์ อันร่มรื่น
آية رقم 86

และทรงประทานอภัยให้แก่บิดาของฉันด้วย แท้จริงเขาอยู่ในหมู่ผู้หลงผิด
آية رقم 87

และทรงอย่าให้ฉันได้รับความอัปยศในวันที่พวกเขาถูกให้ฟื้นคืนชีพ
آية رقم 88

วันที่ทรัพย์สมบัติและลูกหลานจะไม่อำนวยประโยชน์ได้เลย
آية رقم 89

เว้นแต่ผู้มาหาอัลลอฮ์ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ผ่องใส
آية رقم 90

และสวนสวรรค์จะถูกนำให้มาใกล้แก่บรรดาผู้ยำเกรง
آية رقم 91

และนรกจะถูเผยให้เห็นแก่บรรดาผู้หลงผิดคิดชั่ว
آية رقم 92

และมีเสียงกล่าวแก่พวกเขาว่า ไหนเล่าที่ พวกท่านเคารพภักดี
آية رقم 93

อื่นจากอัลลอฮ์ พวกมันจะช่วยเหลือพวกท่าน หรือจะช่วยตัวมันเองได้ไหม?
آية رقم 94

แล้วพวกมันจะถูกโยนทิ่มหัวลงไปในนรกพวกมันและพวก หลงผิด
آية رقم 95

และไพร่พล ของอิบลิสทั้งหมด
آية رقم 96

พวกเขากล่าวขณะที่พวกเขาโต้เถียงกันอยู่ในนั้น
آية رقم 97

ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ แท้จริงพวกเราอยู่ในการหลงผิดอย่างชัดแจ้ง
آية رقم 98

ขณะที่พวกเราทำให้พวกเจ้าเท่าเทียมกับพระเจ้าแห่งสากลโลก
آية رقم 99

และไม่มีผู้ใดทำให้พวกเขาหลงผิด นอกจากพวกอาชญากร เท่านั้น
آية رقم 100

ดังนั้นจึงไม่มีผู้ไถ่โทษแก่เรา
آية رقم 101

และไม่มีมิตรผู้รักใคร่ด้วย
آية رقم 102

ฉะนั้น หากเราได้กลับไปสักครั้ง เราก็จะอยู่ในหมู่ผู้ศรัทธา
آية رقم 103

แท้จริงในการนี้ ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ส่วนมากของพวกเขา ไม่เป็นผู้ศรัทธา
آية رقم 104

และแท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้น แน่นอนพระองค์คือผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงเมตตาเสมอ
آية رقم 105

หมู่ชนของนูห์ ได้ปฏิเสธบรรดาร่อซูล
آية رقم 106

ขณะที่พี่น้องคนหนึ่งของพวกเขาคือ นูห์ ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า โอ้พวกท่านไม่ยำเกรงบ้างหรือ?
آية رقم 107

แท้จริงฉันคือร่อซูลผู้ซื่อสัตย์สำหรับพวกท่าน
آية رقم 108

ดังนั้นพวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮ์ และเชื่อฟังฉัน

และฉันมิได้ขอค่าตอบแทนในการนี้จากพวกท่าน ค่าตอบแทนของฉันมิได้มาจากผู้ใดนอกจากพระเจ้าแห่งสากลโลก
آية رقم 110

ดังนั้นจงยำเกรงอัลลอฮ์เถิดและจงเชื่อฟังฉัน
آية رقم 111

พวกเขากล่าวว่า จะให้พวกเราศรัทธาต่อท่านกระนั้นหรือ? ในเมื่อพวกต่ำต้อยเท่านั้นที่เชื่อฟังปฏิบัติตามท่าน
آية رقم 112

เขา (นูห์) กล่าวว่า ฉันไม่มีความรู้อันใดเลยในสิ่งที่พวกเขาปฏิบัติกัน
آية رقم 113

การตอบแทนของพวกเขามิได้อยู่ที่ผู้ใดเลยนอกจากที่พระเจ้าของฉัน หากพวกท่านมีความรู้สึก
آية رقم 114

และฉันจะไม่เป็นผู้ขับไล่บรรดาผู้ศรัทธา
آية رقم 115

ฉันมิใช่ใครอื่นนอกจากเป็นผู้ตักเตือนอันชัดแจ้ง
آية رقم 116

พวกเขากล่าวว่า โอ้นูห์ หากท่านไม่หยุดยั้ง แน่นอนท่านจะอยู่ในหมู่ผู้ถูกขว้างด้วยก้อนหิน
آية رقم 117

เขากล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของฉัน แท้จริงหมู่ชนของฉันปฏิเสธฉัน
آية رقم 118

ดังนั้นขอพระองค์ทรงตัดสินระหว่างฉันกับพวกเขาโดยยุติธรรมเถิด และทรงโปรดช่วยฉัน และบรรดาผู้ศรัทธาที่อยู่ร่วมกับฉันให้รอดพ้นด้วยเถิด
آية رقم 119

ดังนั้นเราได้ช่วยเขาและผู้อยู่ร่วมกับเขาให้อยู่ในเรือที่เต็มเปี่ยม
آية رقم 120

แล้วเราได้ให้พวกที่เหลืออยู่จมน้ำตาย
آية رقم 121

แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่ง อย่างแน่นอน แต่ส่วนมากของพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา
آية رقم 122

และแท้จริงพระเจ้าของสูเจ้านั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงเมตตาเสมอ
آية رقم 123

หมู่ชนของอ๊าดได้ปฏิเสธบรรดาร่อซูล
آية رقم 124

ขณะที่พี่น้องคนหนึ่งของพวกเขาคือฮูดได้กล่าวแก่พวกเขาว่า โอ้พวกท่านไม่ยำเกรงบ้างหรือ?
آية رقم 125

แท้จริงฉันคือ ร่อซูลผู้ซื่อสัตย์สำหรับพวกท่าน
آية رقم 126

ดังนั้นพวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮ์ และเชื่อฟังฉัน

และฉันมิได้ขอค่าตอบแทนในการนี้จากพวกท่าน ค่าตอบแทนของฉันมิได้มาจากผู้ใดนอกจากพระเจ้าแห่งสากลโลก
آية رقم 128

พวกท่านสร้างอนุสาวรีย์ไว้บนที่สูงทุกแห่งเพื่อโอ้อวดกระนั้นหรือ?
آية رقم 129

และพวกท่านสร้างคฤหาสน์เสมือนกับว่าพวกท่านจะอยู่อย่างตลอดกาลกระนั้นหรือ?
آية رقم 130

และเมื่อพวกท่านทำร้าย(ผู้ใด) พวกท่านกระทำอย่างทารุณโหดร้าย
آية رقم 131

ดังนั้นพวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮ์ และเชื่อฟังฉัน
آية رقم 132

และพวกท่านจงยำเกรงผู้ทรงประทานแก่พวกท่าน สิ่งซึ่งพวกท่านรู้ดีอยู่แล้ว
آية رقم 133

พระองค์ทรงประทานแก่พวกท่านด้วยปศุสัตว์และลูกหลาน
آية رقم 134

และสวนอันหลากหลาย และลำธารหลายแห่ง
آية رقم 135

แท้จริงฉันกลัวว่าพวกท่าน จะได้รับการลงโทษในวัน อันยิ่งใหญ่
آية رقم 136

พวกเขากล่าวว่า มีผลเท่ากันที่เรา ท่านจะตักเตือนหรือไม่เป็นผู้ตักเตือนเราก็ตาม
آية رقم 137

นี่ไม่ใช่อะไรอื่นนอนจากเป็นเรื่องโกหกในสมัยก่อน ๆ
آية رقم 138

และพวกเราจะไม่อยู่ในหมู่ผู้ถูกลงโทษ

พวกเขาได้ปฏิเสธไม่เชื่อฟังเขา ดังนั้นเราจึงทำลายล้างพวกเขา แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ส่วนมากของพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา
آية رقم 140

และแท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงเมตตาเสมอ
آية رقم 141

หมู่ชนของซะมู๊ดได้ปฏิเสธบรรดาร่อซูล
آية رقم 142

ขณะที่พี่น้องคนหนึ่งของพวกเขาคือศอและฮ์ ได้กล่าวแก่พวกเขา โอ้พวกท่านไม่ยำเกรงบ้างหรือ?
آية رقم 143

แท้จริงฉันคือร่อซูลผู้ซื่อสัตย์สำหรับพวกท่าน
آية رقم 144

ดังนั้นพวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮ์ และเชื่อฟังฉัน

และฉันมิได้ขอค่าตอบแทนในการนี้จากพวกท่าน ค่าตอบแทนของฉันมิได้มาจากผู้ใด นอกจากระเจ้าแห่งสากลโลก
آية رقم 146

พวกท่านจะถูกปล่อยให้อยู่อย่างสงบปลอดภัย ณ ที่นี้หรือ?
آية رقم 147

ในสวนอันหลากหลาย และลำธารหลายแห่ง
آية رقم 148

และไร่นา และต้นอินทผลัม ซึ่งกิ่งก้านของมันสุกงอม
آية رقم 149

และพวกท่านสะกัดภูเขาเป็นที่อยู่อาศัยอย่างชำนาญ
آية رقم 150

ดังนั้นพวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮ์ และเชื่อฟังฉัน
آية رقم 151

และอย่าเชื่อฟังคำสั่งใช้ของพวกฝ่าฝืน
آية رقم 152

พวกที่บ่อนทำลายในแผ่นดิน และไม่เป็นพวกพัฒนา
آية رقم 153

พวกเขากล่าวว่า แท้จริงท่าเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้ถูกอาคม

ท่านมิใช่ใครอื่นนอกจากเป็นสามัญชนเช่นเรา ดังนั้นจงนำมาสักสัญญาณหนึ่ง หากท่านเป็นหนึ่งในหมู่ผู้สัตย์จริง
آية رقم 155

เขากล่าวว่า นี่คืออูฐตัวเมีย สำหรับมันดื่มน้ำวันหนึ่ง และสำหรับพวกท่านก็ดื่มน้ำวันหนึ่งที่รู้กัน
آية رقم 156

และพวกท่านอย่าก่อความทุกข์ยากแก่มัน มิฉะนั้นการลงโทษในวันอันยิ่งใหญ่จะคร่าพวกท่าน
آية رقم 157

แล้วพวกเขาได้ฆ่ามัน พวกเขาจึงอยู่ในสภาพเป็นผู้เศร้าโศกเสียใจ

ดังนั้นการลงโทษได้คร่าพวกเขา แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ส่วนมากของพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา
آية رقم 159

และแท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงเมตตาเสมอ
آية رقم 160

หมู่ชนของลู๊ฏ ได้ปฏิเสธบรรดาร่อซูล
آية رقم 161

ขณะที่พี่น้องคนหนึ่งของพวกเขาคือลู๊ฏได้กล่าวแก่พวกเขาว่า โอ้พวกท่านไม่ยำเกรงบ้างหรือ?
آية رقم 162

แท้จริงฉันคือร่อซูลผู้ซื่อสัตย์สำหรับพวกท่าน
آية رقم 163

ดังนั้นพวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮ์ และเชื่อฟังฉัน

และฉันมิได้ขอค่าตอบแทนในการนี้จากพวกท่าน ค่าตอบแทนของฉันมิได้มาจากผู้ใด นอกจากพระเจ้าแห่งสากลโลก
آية رقم 165

พวกท่านเข้าหาผู้ชายในหมู่ผู้คนทั้งหลายกระนั้นหรือ?

และพวกท่านปล่อยทิ้ง สิ่งที่พระเจ้าของพวกท่านทรงบังเกิดมาสำหรับพวกท่าน คือภรรยาของพวกท่าน แน่นอนพวกท่านเป็นหมู่ชนผู้ฝ่าฝืน
آية رقم 167

พวกเขากล่าวว่า โอ้ลูฏเอ๋ย! หากท่านไม่หยุดยั้ง แน่นอนท่านเป็นผู้หนึ่งที่จะถูกขับไล่ให้ออกไป
آية رقم 168

เขากล่าวว่า แท้จริงฉันเป็นผู้ที่เกลียดยิ่งต่อการกระทำของพวกท่าน
آية رقم 169

ข้าแต่พระเจ้าของฉันขอพระองค์ทรงช่วยฉัน และบริวารของฉันให้พ้นจากที่พวกเขากระทำกัน
آية رقم 170

ดังนั้นเราได้ช่วยเขา และบริวารของเขาทั้งหมดให้รอดพ้น
آية رقم 171

นอกจากหญิงแก่คนหนึ่ง ซึ่งนางอยู่ในหมู่ผู้ถูกทำลาย
آية رقم 172

แล้วเราได้ทำลายพวกคนอื่น
آية رقم 173

และได้ให้ห่าฝนตกลงมาบนพวกเขา ดังนั้นฝนของบรรดาผู้ถูกตักเตือนมันชั่วร้ายเสียนี่กระไร!
آية رقم 174

แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ส่วนมากของพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา
آية رقم 175

และแท้จริงพระเจ้าของสูเจ้านั้นแน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงเมตตาเสมอ
آية رقم 176

ชาวป่าทึบได้ปฏิเสธบรรดาร่อซูล
آية رقم 177

ขณะที่ชุไอบ์ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า โอ้พวกท่านไม่ยำเกรงบ้างหรือ?
آية رقم 178

แท้จริงฉันคือร่อซูลผู้ซื่อสัตย์สำหรับพวกท่าน
آية رقم 179

ดังนั้นพวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮ์และเชื่อฟังฉัน

และฉันมิได้ขอค่าตอบแทนในการนี้จากพวกท่าน ค่าตอบแทนของฉันมิได้มาจากผู้ใด นอกจากพระเจ้าแห่งสากลโลก
آية رقم 181

จงตวงให้ครบเต็ม และอย่าเป็นผู้ที่ขาดพร่อง
آية رقم 182

และจงชั่งด้วยตาชั่งอย่างเที่ยงตรง
آية رقم 183

และอย่าให้ขาดพร่องแก่มหาชนซึ่งสิ่งต่าง ๆ ของพวกเขา และอย่าก่อกวนในแผ่นดินเป็นผู้บ่อนทำลาย
آية رقم 184

และจงยำเกรงผู้ซึ่งบังเกิดพวกท่าน และประชาชาติสมัยก่อน ๆ
آية رقم 185

พวกเขากล่าวว่า แท้จริงท่านเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้ถูกอาคม
آية رقم 186

และท่านมิใช่ใครอื่นนอกจากเป็นสามัญชนเช่นเรา แบะเราคิดว่าท่านเป็นผู้กล่าวเท็จคนหนึ่ง
آية رقم 187

ดังนั้นให้ส่วนต่างๆ จากท้องฟ้า หล่นลงมาบนพวกเรา หากท่านเป็นผู้สัตย์จริงคนหนึ่ง
آية رقم 188

เขากล่าวว่า พระเจ้าของฉันทรงรอบรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกท่านกระทำ

พวกเขาได้ปฏิเสธไม่เชื่อเขาดังนั้นการลงโทษแห่งวันเมฆครอบคลุมได้คร่าพวกเขา แท้จริงมันเป็นการลงโทษแห่งวันยิ่งใหญ่
آية رقم 190

แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ส่วนมากของพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา
آية رقم 191

และแท้จริงพระเจ้าขงเจ้านั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงเมตตาเสมอ
آية رقم 192

และแท้จริงมัน เป็นการประทานลงมาของพระเจ้าแห่งสากลโลก
آية رقم 193

อัรรูห์ ผู้ซื่อสัตย์ ได้นำมันลงมา
آية رقم 194

ยังหัวใจของเจ้าเพื่อเจ้าจักได้เป็นผู้ตักเตือนคนหนึ่ง
آية رقم 195

เป็นภาษาอาหรับอันชัดแจ้ง
آية رقم 196

และแท้จริงมันมีอยู่ในคัมภีร์สมัยก่อนๆ
آية رقم 197

และมันมิได้เป็นเครื่องหมายแก่พวกเขา ดอกหรือว่า บรรดาผู้มีความรู้ของวงศ์วานอิสรออีลก็รู้ดีในเรื่องนี้
آية رقم 198

และหากว่าเราประทานมันลงมาแก่บางคนในหมู่ชาวต่างชาติ
آية رقم 199

แล้วเขาอ่านมันแก่พวกเขา พวกเขาก็จะไม่เป็นผู้ศรัทธาต่อมัน
آية رقم 200

เช่นเดียวกับเราได้ให้มันเข้าไปในหัวใจของบรรดาผู้กระทำผิด
آية رقم 201

พวกเขาก็จะไม่ศรัทธามันจนกว่าพวกเขาจะได้เห็นการลงโทษอันเจ็บปวด
آية رقم 202

แล้วมัน จะมาหาพวกเขาอย่างกระทันหันโดยที่พวกเขาไม่รู้สึกตัว
آية رقم 203

พวกเขาก็จะกล่าวว่าให้พสกเราได้รับการประวิงบ้างได้ไหม?
آية رقم 204

ทำไมพวกเขาจึงเร่งการลงโทษของเราอีกเล่า?
آية رقم 205

เจ้าไม่เห็นดอกหรือ หากเราให้พวกเขารื่นเริงไปอีกเป็นปี ๆ
آية رقم 206

แล้วสิ่งที่พวกเขาถูกสัญญาไว้ ก็ได้เกิดขึ้นแก่พวกเขา
آية رقم 207

สิ่งที่พวกเขาได้ถูกให้รื่นเริงนั้นจะไม่อำนวยประโยชน์อันใดให้แก่พวกเขา
آية رقم 208

และเรามิได้ทำลายชาวเมืองใด เว้นแต่ได้มีผู้ตักเตือนแก่มัน แล้ว
آية رقم 209

เพื่อเป็นข้อตักเตือน และเรามิได้เป็นผู้อธรรม
آية رقم 210

และพวกมารชัยฏอรมิได้นำมีน ลงมา
آية رقم 211

และไม่เป็นการเหมาะสมแก่พวกมันและพวกมันก็ไม่สามารถด้วย
آية رقم 212

แท้จริงพวกมันเป็นผู้กีดกัน อย่างแน่นอนจากการฟัง
آية رقم 213

ดังนั้นเจ้าอย่าได้วิงวอนพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับอัลลอฮ์ มิฉะนั้นเจ้าจะเป็นหนึ่งในหมู่ผู้ถูกทำโทษ
آية رقم 214

จงตักเตือนวงศาคณาญาติของเจ้าที่ใกล้ชิด
آية رقم 215

และจงลดปีก ของเจ้าแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่ปฏิบัติตามเจ้า
آية رقم 216

หากพวกเขาฝ่าฝืนเจ้า ก็จงกล่าวเถิดแท้จริงฉันขอปลีกตัวให้พ้นจากสิ่งที่พวกท่านปฏิบัติกันอยู่
آية رقم 217

และจงมอบหมายต่อพระผู้ทรงเดชานุภาพผู้ทรงเมตตาเสมอ
آية رقم 218

ผู้ทรงเห็นเจ้าขณะที่เจ้ายืนอยู่
آية رقم 219

และการเคลื่อนไหวของเจ้าในหมู่ผู้สุญูด
آية رقم 220

แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้เสมอ
آية رقم 221

ฉันจะบอกแก่พวกท่านไหมว่า? พวกมารชัยฏอนลงมาบนผู้ใด?
آية رقم 222

พวกมันลงมาบนทุกคนที่เป็นผู้โกหกผู้ทำบาปมาก
آية رقم 223

พวกมันจะเงี่ยหูฟัง และส่วนมากพวกมันเป็นผู้โกหก
آية رقم 224

และพวกกวีนั้น พวกหลงผิดจะปฏิบัติตามพวกเขา
آية رقم 225

เจ้าไม่เห็นดอกหรือว่า แท้จริงพวกเขานั้นเร่ร่อนไปในทุกหนแห่ง
آية رقم 226

และแท้จริงพวกเขานั้นพูดในสิ่งที่พวกเขาไม่ทำกระ

นอกจากบรรดาผู้ศรัทธาและปฏิบัติความดีทั้งหลายและรำลึกถึงอัลลอฮ์อย่างมาก และตอบโต้ป้องกันหลังจากที่พวกเขาถูกข่มเหง และบรรดาผู้อธรรมจะได้รู้ว่า ทางกลับอันใดที่พวกเขาจะกลับคืนสู่
تقدم القراءة